วงการฟุตบอลอาร์เจนตินาตลอด 30 กว่าปีที่ผ่านมานั้น พวกเขาพยายามค้นหานักเตะที่มีความสามารถสูงในด้านเกมรุก ที่เก่งกาจพอจะก้าวขึ้นมาสืบทอดตำนานของ ดิเอโก้ มาราโดนา ตำนานลูกหนังหมายเลข 1 ชาวอาร์เจนไตน์ที่จวบจนถึงตอนนี้ก็ยังดูจะไม่มีใครสามารถสานต่อตำนานที่ตัวของ “พี่เตี้ย” ได้ทำเอาไว้ได้เลย นักเตะหลายต่อหลายรุ่นที่ได้รับความคาดหวังที่จะกลายเป็น “มาราโดนาคนใหม่” ผุดออกมาเป็นดอกเห็น แต่ก็หาได้น้อยรายที่จะก้าวไปถึงระดับของมาราโดนาได้ แต่มันมีเรื่องราวที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ มันไมได้มีแค่นักเตะเลือดอาร์เจนไตน์เท่านั้น ที่ได้รับฉายาว่าเป็น “มาราโดนาคนใหม่” แต่ในวงการลูกหนังทั่วโลกนั้น มีนักเตะจำนวนมากเลยทีเดียวที่มีฉายาว่า “มาราโดนา” เป็นส่วนประกอบของชื่อเสียงพวกเขา ยุคนั้นถ้ามีนักเตะเหล่านี้ลงสนาม ต่อให้ราคาต่อรองเปิดสูงแค่ไหนก็ยังน่าเล่นอยู่ดี มีใครบ้างที่ได้รับฉายาอันทรงเกียรติแบบนี้ วันนี้เราจะมาดูกันว่ามีนักเตะคนไหน !

จอร์จี้ ฮาจี้ (โรมาเนีย)

นี่คือนักเตะที่อยู่นอกแผ่นดินละตินรุ่นแรกๆที่ได้รับฉายาว่า “มาราโดนา” ใช่แล้ว จอร์จี้ ฮาจี้ เพลย์เมกเกอร์ชาวโรมาเนีย เป็นนักเตะหมายเลข 10 ผู้ยิ่งใหญ่ของทีมชาติโรมาเนียและสโมสรสเตอัว บูคาเรสต์ แถมในชีวิตนี้เขายังเคยค้าแข้งให้กับบาร์เซโลนา ต้นสังกัดเก่าของมาราโดนา แถมเคยใส่เสื้อหมายเลข 10 ของบาร์เซโลนาเช่นเดียวกันอีกด้วย ฮาจี้เป็นเจ้าของฉายา “มาราโดนาแห่งคาบสมุทรบอลข่าน” เขามีเท้าซ้ายเป็นอาวุธเด็ดเหมือนกับมาราโดนา จ่ายบอลสั้นยาวได้แม่นยำไม่แพ้กัน แถมมีทีเด็ดอยู่ที่การยิงไกลจากนอกเขตโทษที่คมกริบสุดๆ และยังมีลูกชิพและลูกฟรีคิกที่แม่นยำราวจับวางเลยทีเดียว สิ่งที่ไม่น่าเชื่ออีกอย่างก็คือ “มาราโดนาแห่งคาบสมุทรบอลข่าน” กับ “มาราโดนาตัวจริง” เคยเจอกันในสนามจริงมาแล้วในศึกฟุตบอลโลก 1990 ที่อิตาลีเป็นเจ้าภาพ และเกมก็จบลงไปด้วยการเสมอกันแบบสมานฉันท์ในรอบแบ่งกลุ่ม

ฮริสโต้ สตอยช์คอฟ (บัลแกเรีย)

แฟนบอลบาร์เซดลนาจะต้องรู้จักนักเตะรายนี้อย่างแน่นอน สตอยช์คอฟ คือนักเตะทีมชาติบัลแกเรียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเลยก็ว่าได้ เขาเป็นนักเตะที่เล่นในตำแหน่งปีกขวาและมีเท้าซ้ายสุดทรงพลังที่ทำประตูได้อย่างมากมายมาแล้ว จะเป็นการเลี้ยงบอลเข้าไปยิง หรือการซัดฟรีคิกที่หนักหน่วงนั้น สตอยช์คอฟใช้ซ้ายของเขาสั่งได้ดั่งใจเลยทีเดียว ไม่พอ …. ยังอารมณ์ร้อนไม่ต่างกันกับมาราโดนาตัวจริงอีกด้วย สำหรับฉายาของเขานั้น สตอยช์คอฟ มีฉายาว่า “มาราโดนาแห่งลุ่มน้ำดานูบ” แต่สิ่งที่ชีวิตนี้ตัวของมาราโดนาตัวจริงก็ไม่เคยได้สัมผัสก็คือ “บัลลงดอร์” เพราะตัวของ สตอยช์คอฟ คือนักเตะบัลแกเรียคนแรกและคนสุดท้ายที่ได้รับรางวัลบัลลงดอร์ในปี 1994 หลังจากที่เขาพทาทีมชาติบัลแกเรียไปไกลถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก แถมยังได้รางวัลดาวยิงสูงสุดของทัวร์นาเมนต์มาครองอีกด้วย สำคัญคือที่สุดคือ เขาได้เล่นให้กับบาร์เซโลนา ซึ่งเป็นสโมสรเก่าของมาราโดนาเช่นกัน

มิลาน บารอส

มิลาน บารอส (สาธารณรัฐเช็ก)

ชื่อนี้อาจจะพิลึกไปหน่อยเช่นกันว่าเจ้าหมอนี่ติดมาได้ยังไง สำหรับ บารอส เขาคือกองหน้าตัวเป้า แถมไม่ได้มีเท้าข้างถนัดเป็นข้างซ้ายเหมือนตำนานตัวจริงอีกด้วย แต่ว่าการพังประตูของเขา เล่ห์เหลี่ยมในการเล่นชิงไหวชิงพริบ และเนียนกับกรรมการนั้นเป็นสิ่งที่ตัวของ “มาราโดนาตัวจริง” มีติดตัวอยู่พอดี เขาสามารถสร้างความแตกต่างในทีมได้อย่างง่ายดาย และสำคัญที่สุดก็คือ บารอส คือนักเตะชุดแชมป์ยุโรปสมัยที่ 5 ของทีมลิเวอร์พูลที่แฟนบอลรุ่นนู้นไม่เคยลืมเรื่องราวของเขาได้เลยจริงๆ

อเบดี เปเล่ (กานา)

ทุกวันนี้ รุ่นลูกของเขาอย่าง อังเดร อายิว และ จอร์แดน อายิว กำลังโลดแล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีก แต่ถ้าพูดถึงรุ่นพ่อของพวกเขาอย่าง อเบดี เปเล่ นี่คือสุดยอดตำนานจอมทัพทีมชาติกานาเลยทีเดียว แค่ชื่อว่า “เปเล่” ที่เหมือนกับตำนานนักเตะเลือดบราซิเลียนแล้วนั้น แต่ลีลาการเล่นของเขานี่สิที่เหมือนมาราโดนา อเบดี เปเล่ เป็นเพลย์เมกเกอร์ถนัดซ้ายที่เคยระเบิดฟอร์มให้กับทีมโอลิมปิก มาร์กเซย จนคว้าแชมป์ยุโรปในปี 1993 มาแล้ว แถมเป็นเขานี่เองที่เปิดบอลด้วยซ้ายมาให้ บาซิล โบลี โขกประตูชัยให้มาร์กเซยเชือดเอซี มิลาน ในรอบชิงชนะเลิศยูโรเปี้ยนคัพ แต่ว่าฉายา “มาราโดนาแห่งแอฟริกัน” ที่เขาได้รับนั้นมันมาจากเกมทัวร์นาเมนต์แอฟริกัน เนชั่น คัพ เมื่อตัวของเขาจัดการลากโซโล่เดี่ยวกว่าครึ่งสนามเข้าไปยิงประตูทีมชาติคองโก เหมือนที่มาราโดนาเคยทำใส่อังกฤษในฟุตบอลโลก 1986 มันเลยทำให้เขาได้รับฉายาดังกล่าวไป

ซาอิด โอไวรัน

ซาอิด โอไวรัน (ซาอุดิอาระเบีย)

ในฟุตบอลโลก 1994 ที่อเมริกานั้นถือว่าเป็นทัวร์นาเมนต์สุดท้ายของมาราโดนาในนามทีมชาติ แต่ในรายการดังกล่าวก็มีนักเตะ “มาราโดนาคนใหม่” ปรากฏตัวขึ้นอีกราย แต่มันเป็น ซาอิด โอไวรัน กองกลางหมายเลข 10 ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย เมื่อเจ้าตัวเลี้ยงบอลโซโล่ครึ่งสนามเข้าไปยิงใส่ทีมชาติเบลเยียมได้ และจากนั้น ฉายา “ดิ อาหรับ มาราโดนา” ก็เกิดขึ้นในทันที